วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ชนิดของข้อมูลและตัวแปรในภาษาซี


ชนิดของข้อมูลและตัวแปรในภาษาซี

ชนิดของข้อมูล (data type) ในการเขียนโปรแกรมหนึ่งๆ จะมีข้อมูลต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเช่น
การนับจำนวนรอบ (loop) ของการทำงานโดยใช้ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม หรือการแสดงข้อความ
โดยใช้ข้อมูลชนิดตัวอักษร จะเห็นว่าข้อมูลต่างๆ ถูกแบ่งออกเป็นหลายชนิดตามจุดประสงค์ของการใช้งาน
นอกจากนี้ข้อมูลแต่ละชนิด ยังใช้เนื้อที่หน่วยความจำ (memory) ไม่เท่ากันจึงมีการแบ่งชนิดของข้อมูล
ดังแสดงในตารางด้านล่าง

ตัวแปร (variable) เนื่องจากข้อมูลถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำ การอ้างถึงตำแหน่งของข้อมูลนี้
จึงมีความซับซ้อน ไม่สะดวกต่อการเขียนโปรแกรม จึงมีการเรียกหน่วยความจำ ในตำแหน่งที่สนใจผ่านตัวแปร

การประกาศตัวแปร (variable declaration) คือการจองเนื้อที่ในหน่วยความจำสำหรับเก็บค่าบางอย่าง
พร้อมทั้งกำหนดชื่อเรียกแทนหน่วยความจำในตำแหน่งนั้นเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมมีความสะดวกในการเข้าถึง
ค่าที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำดังกล่าว

รูปแบบการประกาศตัวแปร

type variable-name;
โดย
type คือชนิดของตัวแปร (ตามตารางด้านล่าง)
variable-name คือชื่อของตัวแปร (ควรตั้งชื่อให้มีความหมายสอดคล้องกับการใช้งานและจำง่าย)

ตัวอย่างการประกาศตัวแปรแบบต่างๆ
int num; /*ประกาศตัวแปรชนิิดจำนวนเต็ม ชื่อ num*/
float x;
char grade, sex; /*ประกาศตัวแปรชนิิดอักขระ ชื่อ grade และ sex (ประกาศพร้อมกันในบรรทัดเดียว)*/
float temp = 123.45; /*ประกาศตัวแปรชนิดเลขทศนิยมพร้อมกำหนดค่า 123.45*/
char c = "A", t = "B"; /*ประกาศตัวแปรชนิดอักขระสองตัว พร้อมกำหนดค่าให้แต่ละตัว*/
int oct = 0555; /*ประกาศตัวแปรชนิดจำนวนเต็มชื่อ num พร้อมกำหนดค่าคือ 555 (เป็นเลขฐานแปดเพราะมี 0 นำหน้า)*/
int hex = 0x88; /*ประกาศตัวแปรชนิดจำนวนเต็มชื่อ hex พร้อมกำหนดค่าคือ 88 (เป็นเลขฐาน 16 เพราะมี 0x นำหน้า)*/

ข้อควรระวัง!!
ชื่อตัวแปรจะต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหรือเครื่องหมาย "_" เท่านั้น
ภายในชื่อตัวแปรให้ใช้ตัวอักษร, ตัวเลข 0-9 หรือเครื่องหมาย "_"
ห้ามมีช่องว่างในชื่อตัวแปร
อักษรตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ มีความแตกต่างกัน (case sensitive) เช่น Name, NAME และ name
ถือเป็นชื่อที่แตกต่างกัน
ห้ามซ้ำกับชื่อตัวแปรสงวน (reserved word)
ตัวแปรชนิดข้อความ (string)
ถ้าเราต้องการเก็บข้อความ "C programming language" ไว้ในตัวแปร จะทำได้อย่างไร?

ที่ผ่านมาเราทราบว่าเราสามารถเก็บข้อมูลชนิดตัวอักขระไว้ในตัวแปรชนิด char ได้ แต่ตัวแปรชนิด char นั้น
สามารถเก็บตัวอักขระได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่สามารถเก็บทั้งข้อความได้ แล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร?

หากพิจาณาให้ดี ข้อความดังกล่าวประกอบด้วยตัวอักขระ (ตัวอักษร+สัญลักษณ์) หลายๆ ตัวเรียงต่อกันเป็นสาย
ซึ่งเป็นลักษณะของตัวแปรแบบ array (จะได้กล่าวภายหลัง)

การประกาศตัวแปรแบบ array เพื่อเก็บข้อมูลดังกล่าวสามารถทำได้ดังนี้
type variable-name[size];
โดย
size คือขนาดของข้อความ+1 โดยขนาดที่เพิ่มขึ้นเพราะต้องเก็บอักขระสุดท้ายของข้อความเป็นอักขระ
\0 หรือ NULL เพื่อบอกว่าสิ้นสุดข้อความแล้ว

ตัวอย่างการประกาศตัวแปรแบบ array เพื่อเก็บข้อความ "C programming language" (22 ตัวอักษร)
ทำได้หลายวิธีดังนี้
char[23] text = "C programming language";
/*กำหนดขนาดเพิ่มขึ้น 1 ตัว สำหรับเก็บค่า \0 หรือ NULL ในตำแหน่งสุดท้าย*/

char[23] text = {'C',' ','p','r','o','g','r','a','m','m','i','n','g',' ','l','a','n','g','u','a','g','e','\0'};
/*กำหนดขนาดเพิ่มขึ้น 1 ตัว สำหรับเก็บค่า \0 หรือ NULL ในตำแหน่งสุดท้าย*/

char[] text = "C programming language";
/*ถ้าไม่กำหนดขนาดของ array แล้ว ตัวแปรภาษาซีจะกำหนดให้โดยมีขนาดเท่ากับขนาดข้อความ+1*/

นอกจากนี้เรายังสามารถแก้ไขตัวอักษรที่เก็บอยู่ใน array ได้โดยการอ้างอิงตำแหน่งเช่น
text[0] = 'A'; /*แก้ตัวอักษรตัวแรก (เริ่มนับจาก 0) จะได้ผลลัพธ์คือ A programming language*/
text[2] = ' '; /*ผลลัพธ์คือ A  rogramming language (ใส่ช่องว่างแทนตัว p)*/


ชนิดของตัวแปรในภาษาซี

ฟังก์ชันในภาษาซี

ฟังก์ชันของภาษา c

ในบทนี้จะอธิบายถึงฟังก์ชัน   ในภาษาซีซึ่งกล่าวถึงการทำงานของฟังชันก์   การสร้างฟังก์ชันและรูปแบบของฟังก์ชัน   การส่งค่าลักษณะต่าง ๆ และจะกล่าวถึงฟังก์ชันมาตรฐานของภาษาซีด้วย

การเขียนโปรแกรมภาษาในภาษาซี
การเขียนโปรแกรมในภาษาซีนั้นสามารถเขียนได้ 2 แบบ

แบบที่ 1 เขียนแบบโครงสร้าง
                หรือเป็นบรรทัดไปเรื่อย ๆ หรือทั้งโปรแกรมมีเพียงหนึ่งฟังก์ชันคือ ฟังชันก์ main( ) การเขียนแบบนี้มีข้อดีคือ  เหมาะสำหรับโปรแกรมสั้น ๆ แต่เมื่อนำไปใช้กับโปรแกรมที่มีขนาดยาวถ้าในโปรแกรมมีชุดคำสั่งที่ซ้ำกัน และการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดนั้นทำได้ยาก  เพราะจะต้องรันทั้งโปรแกรม

แบบที่ 2 เขียนแบบฟังก์ชัน
เป็นการเขียนโปรแกรมโดยแบ่งการทำงานของโปรแกรมออกเป็นฟังก์ชันย่อย   แต่ยังต้องมีฟังก์ชัน main( ) อยู่เหมือนเดิม  แต่ฟังก์ชัน main( ) นี้จะไปเรียกฟังก์ชันอื่นขึ้นมาทำงานต่อไป   การเขียนแบบนี้มีข้อดีคือ การทำงานของโปรแกรมนั้นตรวจสอบได้ง่าย  เพราะสามารถรันเฉพาะฟังก์ชันได้   และทำให้ตัวโปรแกรมนั้นสั้นลงในกรณีที่ชุดคำสั่งที่เหมือนกัน   ซึ่งโปรแกรมเมอร์เกือบทั้งหมดนิยมเขียนในลักษณะนี้

การเขียนโปรแกรมแบบฟังก์ชัน
การเขียนโปรแกรมแบบฟังก์ชันมีขั้นตอนดังนี้
1. ประกาศฟังก์ชันที่ต้องการไว้ในส่วนแรกของโปรแกรม
2. เรียกใช้ฟังก์ชันที่ประกาศไว้
3. กำหนดหรือสร้างรายละเอียดของฟังก์ชันนั้น





ตัวอย่างฟังก์ชันในภาษาซี



ผังงาน Flowchart

ความหมายของผังงาน
ผังงาน (Flowchart) คือ รูปภาพ (Image) หรือสัญลักษณ์(Symbol) ที่ใช้เขียนแทนขั้นตอน คำอธิบาย ข้อความ หรือคำพูด ที่ใช้ในอัลกอริทึม (Algorithm) เพราะการนำเสนอขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ด้วยคำพูด หรือข้อความทำได้ยากกว่า
ผังงานแบ่งได้ 2 ประเภท
1. ผังงานระบบ (System Flowchart)
คือ ผังงานที่แสดงขั้นตอนการทำงานในระบบอย่างกว้าง ๆ แต่ไม่เจาะลงในระบบงานย่อย
2. ผังงานโปรแกรม (Program Flowchart)
คือ ผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนในการทำงานของโปรแกรม ตั้งแต่รับข้อมูล คำนวณ จนถึงแสดงผลลัพธ์

หลักการเขียนผังงานระบบ
ผังงานระบบ คือ รูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนลำดับ หรือขั้นตอนในโปรแกรมรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่ใช้เป็นเอกลักษณ์ และแทนความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง

โดยทั่วไปผังงานคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่



1. ผังงานระบบ(System Flowchat)
เป็นผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทำงานภายในระบบหนึ่ง ๆ โดยจะแสดงถึงความเกี่ยวข้องของส่วนที่สำคัญต่าง ๆ ในระบบนั้น เช่น เอกสารเบื้องต้น หรือสื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้อยู่เป็นอะไร และผ่านไปยังหน่วยงานใด มีกิจกรรมอะไรในหน่วยงานนั้น แล้วจะส่งต่อไปหน่วยงานใด เป็นต้น ดังนั้นผังงานระบบอาจเกี่ยวข้องกับคน วัสดุ และเครื่องจักร ซึ่งแต่ละจุดจะประกอบไปด้วย การนำข้อมูลเข้า วิธีการประมวลผลและการแสดงผลลัพธ์ (Input – Process – Output) ว่ามาจากที่ใดอย่างกว้าง ๆ จึงสามารถเขียนโปรแกรมจากผังงานระบบได้

2. ผังงานโปรแกรม(Program Flowchat) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ผังงาน

ผังงานประเภทนี้แสดงถึงขั้นตอนของคำสั่งที่ใช้ในโปรแกรม ผังงานนี้อาจสร้างจากผังงานระบบโดยผู้เขียนผังงานจะดึงเอาแต่ละจุดที่เกี่ยวข้องการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏในผังงานระบบมาเขียน เพื่อให้ทราบว่าถ้าจะใช้คอมพิวเตอร์ทำงานในจุดนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตามต้องการ ควรที่จะมีขั้นตอนคำสั่งอย่างไร และจะได้นำมาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำงานต่อไป

การใช้งานผังงานระบบ
เพื่อให้ทราบถึงความเกี่ยวพันของระบบตังแต่เริ่มต้น ว่ามีการปฏิบัติแต่ละขั้นตอนอย่างไร ใช้วิธีการอะไรบ้าง เหมาะสำหรับผู้บริหาร ผู้วิเคราะห์ระบบ และผู้เขียนโปรแกรม จะไดทราบถึง ความสัมพันธ์ ของแผนกต่าง ๆ

สัญลักษณ์ของผังงาน (Flowchart)




ตัวอย่างผังงานระบบ

                                                           


ตัวอย่างผังงานโปรแกรม


                                                     

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบ(3มิติ)

Blender 2.75



Blender เป็นโปรแกรมสร้างสรรค์ภาพยนต์สามมิติได้แบบฟรีๆ โปรแกรมนี้มีลักษณะการทำงานคล้ายกับโปรแกรมอย่าง 3D Studio Max หรือ Maya แต่ต่างกันตรงที่โปรแกรมนี้เป็นฟรีแวร์ สามารถนำมาใช้งานได้ฟรีทั้งด้านการศึกษาหรือในเชิงธุรกิจ ทำให้ปัจจุบันได้มีโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์หลายแห่งหันมาเปิดคอร์สสอนโปรแกรมนี้กันหลายเจ้าเหมือนกัน ความสามารถของโปรแกรมก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับโปรแกรมเสียเงิน โดยโปรแกรมสามารถใช้ในการขึ้นรูปโมเดลสามมิติได้, สามารถใส่วัสดุพื้นผิวของโมเดลได้สมจริง, สามารถจัดแสงจัดฉากสำหรับถ่ายภาพนิ่ง, สามารถกำหนดการเคลื่อนไหวเพื่อทำภาพอนิเมชั่น, สามารถตั้งค่าการเคลื่อนไหวของมุมกล้อง เป็นต้น ซึ่งก็เรียกได้ว่าพร้อมสรรพสำหรับใช้สร้างการ์ตูนอนิเมชั่นดีๆ ได้เลย


SketchUp Make 15.3


SketchUp Make เป็นโปรแกรมสำหรับออกแบบงาน 3 มิติที่เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป โปรแกรมนี้เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมสำหรับบุคคลทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่กำลังต้องการออกแบบบ้านด้วยตัวเอง เนื่องจากโปรแกรมมีการใช้งานที่ง่ายมากๆ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถทำความเข้าใจกับโปรแกรมด้วยการดูวีดีโอสาธิตการใช้งานสั้นๆ ภายในไม่ถึง 10 นาที ก็จะสามารถเริ่มต้นออกแบบชิ้นงาน 3 มิติได้ทันที โปรแกรมมีหลักการง่ายๆ โดยผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือวาดร่างภาพ 2 มิติก่อน จากนั้นก็จะมีเครื่องมือในการขึ้นรูปโดยการยืดเพื่อขึ้นรูป 3 มิติ หลังจากนั้นเราก็สามารถใช้วิธีการเดียวกันในการตัดต่อโมเดลให้ซับซ้อนตามความต้องการ โปรแกรมนี้จึงมักเป็นที่นิยมในการออกแบบบ้าน, ออกแบบสินค้า, ออกแบบชิ้นส่วนเครื่องกลแบบคร่าวๆ เป็นต้น

Google SketchUp 


 โปรแกรม SketchUp เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Google ชื่อเสียงเรียงนามของผู้พัฒนา ก็คงไม่ต้องบรรยายแล้วว่าดีหรือไม่ดี ที่คราวนี้เข็นเจ้า โปรแกรมออกแบบบ้าน หรือเอาไว้ สร้างโมเดล 3 มิติ ออกมาภายใต้ชื่อ Google SketchUp ออกมาให้คนอยากออกแบบ อยากเล่น อยากลอง อยากฝึกใช้ได้ทดลองใช้ หรือจะให้เด็กๆ ลองใช้ โปรแกรมออกแบบบ้าน ฝึกจินตนาการ ของเด็ก และเยาวชน

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบ 2 มิติ

 
AutoCAD LT 2016



โปรแกรม AutoCAD® LT 2016 เป็นโปรแกรมเขียนแบบและออกแบบ (CAD) 2 มิติ ของ AutoCAD® ในราคาประหยัดสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานด้านเขียนแบบ 2 มิติ เพียงอย่างเดียว ซึ่งพัฒนาจากผู้พัฒนาโปรแกรมรายใหญ่ที่สุดในโลก มีความเข้ากันได้ของไฟล์ DWG มีความน่าเชื่อถือและการมีประสิทธิภาพของเครื่องมือวาดภาพ 2 มิติ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผลของคุณ
AutoCAD® LT 2016 มีการใช้งานที่สมบูรณ์แบบของ 2 มิติ ในการออกแบบอย่างแม่นยำ และมีเทคนิคในการเขียนแบบอย่างถูกต้อง มีการออกแบบตามวัตถุประสงค์ตามความต้องการ มีการปรับปรุงคุณสมบัติ และเพิ่มวิธีใหม่ๆ ในการออกแบบ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์

โปรแกรม AutoCAD® LT 2016 จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งาน CAD งานเขียนแบบ และออกแบบทั่วไป 2 มิติ เช่น เขียนแบบอาคาร เขียนแบบโครงสร้าง เขียนแบบโยธา เป็นต้น ด้วยไฟล์ DWG


 Qcad


คู่มือการใช้ Qcad เบื้องต้น
โดยทั่วไปในหมู่ช่างเขียนแบบว่าเป็นโปรแกรมที่มี ประสิทธิภาพสูงและตอบสนองความต้องการทางด้านงานเขียนแบบได้อย่างครบครันทั้ง ด้านงานเขียนแบบ 2 มิติ (2D) และงานเขียนแบบ 3 มิติ (3D) แต่ทั้งนี้ การใช้งานโปรแกรมอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิก็ต้องซื้อหาใบอนุญาต (License) มาใช้งานด้วยมูลค่าของซอฟท์แวร์ที่มีราคาสูง ซึ่งในปัจจุบัน Auto Cad เวอร์ชั่น 2009 ที่ซื้อหามาติดตั้งใช้งานโดยถูกต้องตามลิขสิทธินั้นมี่ มูลค่าเกินหลักแสนบาท ซึ่งถือว่าแพงมากสำหรับสำนักงานขนาดเล็กที่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมเขียนแบบ สำหรับงานเขียนแบบแปลนแบบ 2 มิติ (2D) เพียงอย่างเดียว และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ความสามารถในระดับสูงของโปรแกรมเขียนแบบในระดับ Hi-End เช่น AutoCad ดังนั้นสำหรับท่านที่กำลังมองหาซอฟท์แวร์ที่สามารถใช้งานได้จริง สามารถตอบสนองความต้องการได้ในระดับที่น่าพอใจ มีลิขสิทธิถูกต้อง และสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีนั้น ผู้เขียนขอนำเสนอโปรแกรมทางด้านเขียนแบบ Qcad
            โปรแกรมเขียนแบบ Qcad เป็นผลผลิตของบริษัท RibbonSoft ซึ่งมีสัญญาอนุญาตให้ใช้โปรแกรมในลักษณะ GPL (General Public License)โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรีจากเวบไซท์ http://www.ribbonsoft.com/qcad_downloads.html ซึ่งจะมีโปรแกรมให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งสำหรับระบบประฏิบัติการ (OS) ที่หลากหลายครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น MAC, Windows, Linux ฯลฯ ซึ่งการติดตั้งและใช้งานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านลิขสิทธิใดๆทั้งสิ้น
            สำหรับ คู่มือการใช้งาน Qcad เบื้องต้นที่ผู้เขียนได้จัดทำขึ้นนี้จะเน้นไปที่การใช้งานคำสั่งพื้นฐาน ต่างๆที่ใช้ในการวาดแบบแปลนโดยจะพยายามเน้นเปรียบเทียบให้เห็นความทดแทนกัน ได้ระหว่างโปรแกรม AutoCad กับโปรแกรม Qcad โดยจะพยายามยกตัวอย่างให้เห็นว่าเดิมถ้าผู้ใช้เคยใช้คำสั่งนี้ๆบน AutoCad เพื่อให้เกิดผลดังนี้แล้วนั้นบน Qcad เราต้องเปลี่ยนมาใช้คำสั่งนี้ๆโดยวิธีการอย่างนี้แทนเพื่อให้ได้ผลอย่าง เดียวกัน แต่ทั้งนี้สิ่งที่ผู้เขียนจะแสดงอาจไม่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของโปรแกรมฟรี สำหรับมืออาชีพนี้ แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาทั้งหมดใน คู่มือ Qcad เบื้อต้น นี้ จะพอเป็นแนวทางสำหรับให้ผู้ที่สนใจโปรแกรม Open source ทางด้านงานเขียนแบบจะสามารถนำไปใช้งาน ฝึกฝน และพํฒนาตนเองจนสามารถใช้งานได้จริงภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยจากประสพการณ์ของผู้เขียนโดยตรงกับการใช้งานโปรแกรมนี้สามารถกล่าวได้ว่า ความสามารถของโปรแกรม Qcad ถ้าว่ากันเฉพาะความสามารถทางด้านการเขียนแบบสองมิติ (2D) แล้ว โปรแกรม Qcad ก็มีความสามารถที่ครบถ้วนไม่แพ้โปรแกรมเขียนแบบ AutoCad หรือโปรแกรม Cad อื่นๆที่มีลิขสิทธิค่าอนุญาติ (License)ราคาหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทที่มีขายกันอยู่ในท้องตลาดเลย

BricsCAD

โปรแกรมเขียนแบบ BricsCAD มีความสามารถทำงานพื้นฐานเหมือนโปรแกรม AutoCAD (ออโต้แคด) เปิดไฟล์ DWG ได้แถมยังมีฟังก์ชั่นพิเศษที่สามารถทำงานได้เหนือกว่า และมีประสิทธิภาพสูง 
สำหรับ โปรแกรม BricsCAD เป็นโปรแกรมเขียนแบบ ถูกลิขสิทธิ์แท้ ๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) เป็น โปรแกรมออกแบบที่สามารถใช้งานทดแทนโปรแกรมเขียนแบบ AutoCAD ได้เลย มันสามารถใช้ เปิดไฟล์ DWG ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานแทน โปรแกรมออกแบบ อื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด มีราคาคุ้มค่าที่สุด สามารถออกแบบงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เขียนแบบทางวิศวกรรม เขียนแบบโยธา หรือจะทำตัวเป็น โปรแกรมออกแบบบ้าน ออกแบบตึก ออกแบบอาคารสูง หรืองานเขียนแบบอุตสาหกรรม ต่างๆ โปรแกรมนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้หมด

เทคโนโลยีสะอาด

เทคโนโลยีสะอาด
เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology : CT) หมายถึง การพัฒนา ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้วัตถุดิบ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดผลกระทบ ความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยการลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด และมีของเสียเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ด้วยการเปลี่ยนวัตถุดิบ การใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการผลิตควบคู่กันไป

หลักการของเทคโนโลยีสะอาด
เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเป็นหลักการป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention) ที่ใช้หลักการลดของเสียเหลือน้อยที่สุด (Waste Minimization) โดยวิธีการแยกสารมลพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือการเปลี่ยนวัตถุดิบที่ทำให้เกิดผลพลอยได้ที่ไม่เป็นอันตราย รวมทั้งการลดปริมาณและความเข้มข้นขององค์ประกอบในของเสียด้วยการนำไปใช้ซ้ำ (Reuse) หรือการนำกลับไปใช้ใหม่ (Recycle) จนไม่สามารถนำของเสียไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว ก็จะนำไปบำบัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป โดยมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง นอกจากนี้ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้นั้นยังต้องประกอบด้วยทัศนคติที่ดีและการร่วมมือกันอย่างเต็มที่จากบุคคลากรทุกฝ่ายอีกด้วย


5W1H

5WIH   :  วิธีที่มีประสิทธิภาพเพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อมูลที่สำคัญ


5W1 หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้มากที่สุดในระดับสากลสำหรับการรวบรวมข้อมูล,วิเคราะห์และการนำเสนอเป็นกรอบ 5W1H
วิธีนี้จะใช้ในช่วงของกระบวนการนักวิเคราะห์วิศวกรที่มีคุณภาพที่จะเข้าใจและอธิบายความจริงปัญหาใด ๆ หรือปัญหาวิธีการเดียวกันสามารถที่ใช้ในการจัดระเบียบการเขียนของรายงานบทความเอกสารและแม้ทั้งหนังสือวิธีการพื้นฐาน

วิธีการนี้พยายามที่จะตอบคำถามพื้นฐานในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ของ: ใครอะไรเมื่อไหร่ที่ไหนทำไมและวิธีการ บางครั้งขึ้นอยู่กับบริบทที่สอง"H"อย่างไร

What.
คือเรื่องหลักของการรวบรวมข้อมูลเหตุผลและการนำเสนอ อาจจะเป็นที่ระบุไว้ในชื่อเรื่องและวัตถุประสงค์ อาจต้องจะกำหนดกระบวนการที่อาจประกอบด้วยส่วนที่เหลือของเอกสาร

Who.
สิ่งแวดล้อมอื่นๆ คนหรือกลุ่มความกังวลมันอาจอธิบายเอกสารหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการหรือขั้นตอน

When.
หมายถึงเมื่อไหร่ในเวลาใดที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งกับจุดที่เหมาะสมที่จะต้องดำเนินการ บางครั้งมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ของการกระทำตามเงื่อนไข

Where.
เหตุการณ์หรือกระบวนการนั้น เกิดขึ้นที่ไหนเมื่อไหร่

Why.
เหตุใดถึงทำสิ่งนั้นหรือ เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุการณ์นั้นๆ อาจมีการพิจารณาที่ไม่เกี่ยวข้องอาจจะเกิดจากนโยบายหรือขั้นตอน

How.
เหตุการณ์หรือสิ่งที่ทำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เมื่ออธิบายนโยบายกระบวนการหรือขั้นตอนอาจ
เป็นส่วนสำคัญที่สุด

Conclusion.
5W1H สามารถนำไปใช้หัวข้อใด ๆ เพื่อรวบรวมวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลจากข้อมูลที่ซับซ้อนทำให้เป็นข้อมูลง่าย